ไทยหนุนบริษัทเอกชน เข้าร่วมภาครัฐ เพื่อนำผลงานวิจัยสู่ตลาด
Last Updated on Monday, 21 February 2011 12:41
สวทช. ได้แถลงข่าวเมื่อเดือนที่ผ่านมา (วันที่ ๑๕ ก.ค. ๒๕๕๓) ในการมุ่งเป้าไปที่บริษัทภาคเอกชน เพื่อนำผลงานวิจัยจากห้องปฏิบัติการไปสู่ผลิตภัณฑ์จริงที่ใช้งานได้ โดยบริษัทเอกชนจะทำงานร่วมกับนักวิจัยขององค์กรภาครัฐ ตั้งแต่เริ่มต้นโครงการ เพื่อกำหนดงานวิจัยที่น่าจะที่เป็นต้องการของตลาดมากที่สุด
ดร.ทวีศักดิ์ กออนันตกูล ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ หรือ สวทช. คนปัจจุบัน กล่าวต่อ SciDev.net ว่า เป้าหมาย คือ ให้ทีมนักวิจัยสร้างผลงานวิจัย ที่ตรงกับความต้องการของภาคเอกชน โดยมีการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด ในอดีตที่ผ่านมา ผลงานวิจัยจำนวนมาก ถูกเก็บเข้าหิ้ง แทนที่จะนำมาขายในท้องตลาด ดังนั้น สวทช. จึงหวังว่า นักลงทุนจะเข้ามานำผลงานวิจัยที่สร้างขึ้นออกสู่ท้องตลาดได้
ดร.ทวีศักดิ์ ได้กล่าวถึงตัวอย่างโจทย์ของงานวิจัยที่ภาคเอกชนสามารถตั้งโจทย์ให้กับนักวิจัย เช่น การสร้างพันธุ์ข้าวต้านทานน้ำท่วม หรือ การผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ได้เอง เพื่อลดการนำเข้าจากต่างประเทศ โดย ดร.ทวีศักดิ์ ได้ประชุมหารือกับตัวแทนจากภาคเอกชน รวมถึงสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เพื่อดึงโจทย์งานวิจัยซึ่งเป็นที่ต้องการของภาคเอกชน ในงานวิจัยหลัก ๔ สาขา ได้แก่ อาหารและการเกษตร พลังงานและสิ่งแวดล้อม การแพทย์และสาธารณสุข และอุตสาหกรรมการผลิต โดยโจทย์ดังกล่าว จะกระจายไปยังหน่วยงานวิจัยที่เป็นพันธมิตรร่วมกับ สวทช. ได้แก่ มหาวิทยาลัยต่างๆ และศูนย์วิจัยแห่งชาติ ได้แก่ ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ เพื่อจับคู่กับโจทย์วิจัย ให้เหมาะสมกับทีมวิจัยต่อไป
โดยทรัพย์สินทางปัญญาของงานวิจัยจะเป็นของ สวทช.ตั้งแต่แรก ตามข้อตกลง และจะขึ้นกับระดับของการลงทุนที่ได้รับการสนับสนุนจากภาคเอกชน โดยบริษัทที่สนับสนุนทุนวิจัยครึ่งหนึ่ง จะได้รับผลประโยชน์ตอบแทนจากเทคโนโลยี ในระยะเวลาหนึ่งเป็นจำนวนปีที่แน่นอน ส่วนบริษัทที่สนับสนุนทุนวิจัยทั้งหมด จะได้เป็นเจ้าของทรัพย์สินทางปัญญาของงานวิจัยนั้นๆ
ดร.ศักรินทร์ ภูมิรัตน อดีตผู้อำนวยการ สวทช. และปัจจุบันดำรงตำแหน่งอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี กล่าวว่า เห็นด้วยกับการริ่เริ่มนี้ แต่ได้กล่าวเสริมว่า เป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งของการแก้ปัญหา ที่จะนำเทคโนโลยีจากงานวิจัยไปสู่ตลาด และยังได้กล่าวเพิ่มเติมว่า การกระตุ้นการวิจัยและพัฒนา โดยใช้งบ ๐.๒๕ ถึง ๑ เปอร์เซนต์ ของ GDP จะสามารถช่วยให้เกิดผลผลิตและการแข่งขันของประเทศเพิ่มขึ้น และรับประกันได้ว่างานวิจัยจะตอบสนองและช่วยเหลือภาคประชาชน ซึ่งมีความสำคัญเช่นเดียวกัน ไม่ใช่เพียงแค่เฉพาะภาคเอกชนเท่านั้น
แหล่งที่มา: http://www.scidev.net/en/news/thailand-invites-private-sector-to-guide-public-science-.html
Items details
- Hits: 3121 clicks
- Average hits: 173.4 clicks / month
TCE-Plugin by www.teglo.info



