|
ปัญหาหนึ่งที่เป็นสาเหตุให้การพัฒนาอุตสาหกรรมของประเทศเจริญรุดหน้าไปไม่รวดเร็วเท่าที่ควร คือการขาดการค้นคว้าวิจัยและพัฒนาทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีโดยหน่วยงานเอกชนในภาคอุตสาหกรรมเอง โดยเฉพาะ เอกชนขนาดเล็กและขนาดกลางยังขาดศักยภาพในด้านการวิจัย พัฒนา และวิศวกรรมดังกล่าว เป็นผลให้ธุรกิจการผลิตของเอกชนมีข้อจำกัดในด้านความสามารถ ในการปรับปรุงคุณภาพ ผลิตภัณฑ์และการเพิ่มผลผลิต รวมทั้งในการนำผลการค้นคว้าวิจัย พัฒนา และวิศวกรรมที่ค้นพบ และ/หรือพัฒนาขึ้นโดยหน่วยงาน/องค์กรอื่นไปใช้ประโยชน์ในธุรกิจการผลิตของตนอันเป็นข้อจำกัด โอกาสในการแข่งขันเพื่อความอยู่รอด ปัญหาอื่น ๆ ที่สำคัญ และเป็นมูลเหตุที่ทำให้ภาคเอกชนไม่สนใจในงานวิจัยและพัฒนาเท่าที่ควร อันเป็นข้อจำกัดต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมการผลิตของเอกชน ได้แก่ การขาดสิ่งจูงใจในการลงทุน เพราะงานวิจัยและพัฒนามีการลงทุนสูง แต่ให้ผลตอบแทนต่ำ หรือเห็นผลช้า และการขาดแคลนเครื่องมืออุปกรณ์ทันสมัย เพื่อใช้ดำเนินการค้นคว้าและพัฒนางานด้านวิศวกรรม หรือเครื่องมืออุปกรณ์ดังกล่าวมีราคาแพง เป็นปัญหาต่อการจัดซื้อจัดหาโดยเอกชน รวมทั้งการขาดแคลนเงินลงทุนวิจัย ฯลฯ อันรวมเป็นข้อจำกัดต่อการพัฒนางานวิจัย พัฒนา และวิศวกรรม และการพัฒนาอุตสาหกรรมของประเทศโดยส่วนรวม
สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เป็นองค์กรของรัฐ ซึ่งตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ พ.ศ. 2534 ได้ตระหนักถึงความสำคัญในการที่จะกระตุ้นให้ผู้ประกอบการในกลุ่มอุตสาหกรรมการผลิตไทยสนใจและให้ความสำคัญต่อการลงทุนทางเทคโนโลยี การวิจัยและพัฒนาในองค์กรตนเอง เพื่อเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันทางการค้าระดับนานาชาติ ดังนั้นเพื่อเป็นการช่วยแบ่งเบาภาระความเสี่ยงในการลงทุนให้แก่ภาคเอกชนส่วนหนึ่ง รวมถึงการเสริมสร้างความมั่นใจในการทำงานวิจัยและพัฒนาของเอกชน สวทช. จึงได้จัดตั้ง “โครงการสนับสนุนการวิจัย พัฒนา และวิศวกรรมภาคเอกชน” ขึ้น โดยให้การสนับสนุนด้านการเงินในรูปแบบ “เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ” แก่ภาคอุตสาหกรรมการผลิตที่ต้องการดำเนินการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ปรับปรุงกระบวนการผลิต จัดตั้งห้องปฏิบัติการวิเคราะห์ ทำวิศวกรรมย้อนรอย รวมไปถึงการนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ โดยเน้นให้การสนับสนุน โครงการในสาขาต่าง ๆ ดังนี้
|