NSTDA Investors’ Day 2015

สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่ง ชาติ (สวทช.) จัดงาน “NSTDA Investors’ Day 2015” ภายใต้แนวคิด “พัฒนาชาติ พัฒนาธุรกิจ ด้วยพลังวิทย์และนวัตกรรม” เพื่อให้กลุ่มนักธุรกิจมีโอกาสเข้าถึงผลงานวิจัยไทยที่มี ศักยภาพเชิงพาณิชย์ พร้อมถ่ายทอดและต่อยอดสู่ภาคเอกชนให้เกิดการลงทุนในธุรกิจเทคโนโลยีเพิ่มมากขึ้น

ภายในงานพบกับการนำเสนอ 5 ผลงานเด่นจาก สวทช. ที่มีศักยภาพพร้อมสำหรับการลงทุน  ได้แก่

  1. “ฝึกฝน” ระบบบำบัดผู้ป่วยอัมพฤกษ์ด้วยเกมส์แอนนิเมชั่น
  2. “blueAMP” ชุดตรวจโรคสเตรปโตคอคโคซิสในปลานิลและทับทิม แบบง่าย รวดเร็ว และแม่นยำ
  3. “PoreMat” เถ้าแกลบในรูปเม็ดที่มีสมบัติความพรุนตัวสูง
  4. “Magic Stone” แผ่นทดแทนหินธรรมชาติจากวัสดุรีไซเคิลแผ่นวงจรอิเล็กทรอนิกส์
  5. “B-Fresh” ซองบรรจุสารยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อ จุลินทรีย์ Continue reading

ดร.พิทักษ์ เหล่ารัตนกุล คว้ารางวัล The most interesting technology for investment

 ดร.พิทักษ์ เหล่ารัตนกุล คว้ารางวัล ห้องปฏิบัติการเซรามิกส์ประยุกต์ หน่วยปฏิบัติการวิจัยเทคโนโลยีเซรามิกส์  ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ  (เอ็มเทค) คว้ารางวัล “The most interesting technology for investment” จากโครงการ G – ROCK หินมวลเบาสังเคราะห์สำหรับคอนกรีต ในงาน NSTDA Investors’ Day

โครงการ G – ROCK หินมวลเบาสังเคราะห์สำหรับคอนกรีต

๑. จุดเด่นของเทคโนโลยี (Innovation Statemet)
* เม็ดมวลเบาสังเคราะห์เป็นวัสดุที่ถูกพัฒนาด้วยกระบวนการทางวิทยา ศาสตร์และวิศวกรรมศาสตร์ เพื่อให้ได้เม็ดวัสดุทรงกลมที่มีคุณสมบัติเหมาะสมต่อการใช้งาน โดยมีคุณสมบัติที่สำคัญเช่น มีความหนาแน่นต่ำ (น้ำหนักต่อปริมาตรน้อย) มีความเป็นฉนวนหรือป้องกันความร้อน/เย็นที่ดี และมีความแข็งแรงทางด้านกลศาสตร์
* เม็ดมวลเบาสังเคราะห์ ได้รับการพัฒนาทั้งในเชิงคุณสมบัติและกระบวนการผลิต ทำให้สามารถกำหนดลักษณะทางกายภาพและคุณสมบัติได้หลากหลายตามความต้องการของ การใช้งาน
* เมื่อนำเม็ดมวลเบาสังเคราะห์ผสมในคอนกรีตแล้ว จะมีน้ำหนักโดยรวมลดลง 20-30 เปอร์เซ็นต์ แต่ยังคงความแข็งแรงเท่าเดิม
* มีกระบวนการผลิตและใช้วัตถุดิบที่หาง่ายและราคาถูกจากภายในประเทศ ทำให้ราคาต้นทุนของวัสดุต่ำ เมื่อเปรียบเทียบกับวัสดุที่มีการใช้ในปัจจุบัน
* มีการพัฒนาเทคนิคการผลิตเม็ดมวลเบาสังเคราะห์เพื่อให้เหมาะสมต่อการผลิตเชิงอุตสาหกรรม ทั้งทางด้านเทคนิคการผลิตและเครื่องจักร

๒. คุณสมบัติของต้นแบบผลิตภัณฑ์
* เม็ดมวลเบาสังเคราะห์เป็นวัสดุที่ถูกพัฒนาด้วยกระบวนการทางวิทยา ศาสตร์และวิศวกรรมศาสตร์ เพื่อให้ได้เม็ดวัสดุทรงกลมที่มีคุณสมบัติเหมาะสมต่อการใช้งาน โดยมีคุณสมบัติที่สำคัญเช่น มีความหนาแน่นต่ำ (น้ำหนักต่อปริมาตรน้อย) มีความเป็นฉนวนหรือป้องกันความร้อน/เย็นที่ดี และมีความแข็งแรงทางด้านกลศาสตร์
* เม็ดมวลเบาสังเคราะห์ ได้รับการพัฒนาทั้งในเชิงคุณสมบัติและกระบวนการผลิต ทำให้สามารถกำหนดลักษณะทางกายภาพและคุณสมบัติได้หลากหลายตามความต้องการของ การใช้งาน
* เมื่อนำเม็ดมวลเบาสังเคราะห์ผสมในคอนกรีตแล้ว จะมีน้ำหนักโดยรวมลดลง 20-30 เปอร์เซ็นต์ แต่ยังคงความแข็งแรงเท่าเดิม
* มีกระบวนการผลิตและใช้วัตถุดิบที่หาง่ายและราคาถูกจากภายในประเทศ ทำให้ราคาต้นทุนของวัสดุต่ำ เมื่อเปรียบเทียบกับวัสดุที่มีการใช้ในปัจจุบัน
* มีการพัฒนาเทคนิคการผลิตเม็ดมวลเบาสังเคราะห์เพื่อให้เหมาะสมต่อการผลิตเชิงอุตสาหกรรม ทั้งทางด้านเทคนิคการผลิตและเครื่องจักร

๓. คุณสมบัติของต้นแบบผลิตภัณฑ์
* มีน้ำหนักต่อปริมาตรต่ำ
* มีความต้านทานต่ออุณหภูมิร้อน/เย็นสูง
* มีความแข็งแรงสูง
* มีขนาดและรูปร่างหลากหลาย
* มีความพรุนตัวสูง
* ไม่ติดไฟง่าย
* มีความเป็นฉนวนด้านเสียงสูง
* ไม่มีสารปนเปื้อนหรือสารอันตราย
* สามารถปรับคุณสมบัติต่างๆได้ตามความต้องการ
* มีต้นทุนการผลิตต่ำ

๔. การประยุกต์ใช้งาน
* เม็ดมวลเบาสังเคราะห์ถูกพัฒนาให้มีความเหมาะสมในการนำไปผสมใน คอนกรีตเพื่อลดน้ำหนัก เพิ่มความเป็นฉนวน แต่ยังคงความแข็งแรงเทียบเท่ากับเทคโนโลยีคอนกรีตแบบดั้งเดิม
* เม็ดมวลเบาสังเคราะห์ยังถูกพัฒนาให้เหมาะสมต่อการใช้งานในส่วนต่างๆ ของสิ่งปลูกสร้าง เช่น หลังคา ผนังและพื้น ในลักษณะผลิตภัณฑ์ที่แตกต่าง เช่น บล็อก แผ่นหลังคา พื้นผนังสำเร็จรูป (precast wall) รวมถึง แผ่นพื้นสำเร็จรูป (pre-tensioned floor)

๕. กลุ่มลูกค้า/ผู้ใช้งานเทคโนโลยีเป้าหมาย
* ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายวัสดุมวลเบา
* ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายผลิตภัณฑ์วัสดุก่อสร้างมวลเบา
* บริษัทและผู้รับเหมาก่อสร้าง
* ผู้ประกอบการในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์

๖. กลุ่มนักลงทุนเป้าหมาย
* นักลงทุนทั่วไป และนักลงทุนที่เกี่บงข้องกับอุตสาหกรรมก่อสร้าง อาทิเช่น ผู้ผลิตผนังสำเร็จรูป ผู้ผลิตผลิตภัณฑ์วัสดุก่อสร้าง ผู้รับเหมาก่อสร้าง รวมถึงบริษัทพัฒนาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เป็นต้น

๗. สถานภาพทรัพย์สินทางปัญญา
* ยื่นขอรับสิทธิบัตร เลขที่คำขอที่ 0901003315 เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2552 เรื่อง “สูตรมวลรวมเบาสังเคราะห์ สำหรับผสมคอนกรีต”

๘. ภาพรวมของตลาด
ปัจจุบัน คอนกรีตหล่อสำเร็จรูปรูป (precast concrete wall) ซึ่งเกิดจากการผสมระหว่างซีเมนต์ ทราย และหินบด ได้รับความนิยมใช้เป็นผนังภายนอกอาคาร เนื่องจากมีความรวดเร็วกว่าการก่ออิฐฉาบปูน ลดงานเปียกหน้างาน แต่น้ำหนักของผนังต่อปริมาตรที่สูงของคอนกรีตหล่อสำเร็จมีความหนักกว่า และมีความหนาแน่นสูงทำให้ยากต่อการตัดเจาะหรือตบแต่งภายหลัง รวมถึงมีความเป็นฉนวนที่ต่ำทำให้เกิดความร้อนสะสมต่ออาคาร

จากข้อ จำกัดของตุณสมบัติของคอนกรีตหล่อสำเร็จรูปดังกล่าว ทำให้คอนกรีตที่มีส่วนผสมของเม็ดมวลเบาสังเคราะห์น่าจะเป็นทางเลือกที่น่า สนใจสำหรับอุตสาหกรรมก่อสร้าง เนื่องจากคอนกรีตที่มีส่วนผสมของเม็ดมวลเบาสังเคราะห์จะมีน้ำหนักของผนังต่อ ปริมาตรที่ต่ำกว่า แต่ยังมีความแข็งแรงที่ได้ใกล้เคียงกับคอนกรีตหล่อสำเร็จรูปทั่วไป ทำให้ช่วยลดน้ำหนักคอนกรีตลงโดยไม่ทำให้ความแข็งแรงลดลง ส่งผลให้ต้นทุนค่าโครงสร้าง ค่าก่อสร้าง รวมไปถึงค่าขนส่งวัสดุก่อสร้างโดยรวมลดลง

นอกจากนี้ ด้วยสภาวะการณ์ในปัจจุบันซึ่งมีการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ ทำให้อุตสาหกรรมก่อสร้างมีการขยายตัวอย่างในช่วงที่ผ่านมา ทั้งในส่วนโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ถนน โครงการรถไฟฟ้า และส่วนของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ทั้งบ้านจัดสรรและอาคารชุด ทำให้ต้องมีการใช้คอนกรีตจำนวนมาก อีกทั้งโครงการก่อสร้าง หรือผู้ที่รับผิดชอบด้านงานก่อสร้าง มีความตื่นตัวเกี่ยวกับการเพิ่มประสิทธิภาพในการก่อสร้าง และการลดต้นทุน ซึ่งจะทำให้ผลิตภัณฑ์ต่างๆ เช่น คอนกรีตมวลเบา คอนกรีตหล่อสำเร็จที่มีส่วนผสมของเม็ดมวลเบา และคอนกรีตอัดแรงมวลเบา เป็นที่ต้องการของตลาด

งาน NSTDA Investors’ Day นี้ จัดขึ้นโดยสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ทำหน้าที่สร้างคุณค่าให้แก่เศรษฐกิจและสังคมของประเทศ โดย อาศัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเป็นฐาน สวทช. สร้างองค์ความรู้ใหม่ๆ ที่ได้จากการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีต่างๆ และถ่ายทอดให้มีผู้นำไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ตามพันธกิจหลักขององค์กร โดยในปัจจุบัน สวทช. ได้พัฒนาผลงานวิจัยและเทคโนโลยีเป็นจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งบางส่วนเหมาะที่จะนำไปใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ได้

ศูนย์ลงทุน สวทช. ซึ่งมีหน้าที่ใช้กลไกการร่วมลงทุนกับภาคเอกชนในการลงทุนในธุรกิจเทคโนโลยี เพื่อก่อให้เกิดผลประโยชน์ต่อเศรษฐกิจและสังคมไทย ได้ตระหนักถึงความสำคัญในการสร้าง พัฒนา และส่งเสริมให้เกิดธุรกิจเทคโนโลยีในประเทศอย่างแพร่หลาย จึงจัดให้มีงาน NSTDA Investors’ Day ขึ้น โดยให้เป็นกิจกรรมประจำปีของ สวทช. เพื่อเสนอผลงานวิจัยและเทคโนโลยีของ สวทช. ที่ได้รับการคัดเลือกแล้วว่ามีศักยภาพสูงในการลงทุนผลิตเป็นสินค้าหรือให้ บริการ เพื่อให้กลุ่มนักลงทุนเป้าหมายได้มีโอกาสเข้าถึงหรือเลือกซื้อผลงานวิจัยและ เทคโนโลยีดังกล่าว รวมทั้งให้ความเห็นต่อการนำผลงานวิจัยที่จัดแสดงไปใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์

งาน NSTDA Investors’ Day ถือว่าเป็นกิจกรรมใหม่ของ Commercialization cycle ของ สวทช. ทั้งนี้บทบาทของศูนย์ลงทุนในการจัดงานนี้คือ การสนับสนุนเงินอุดหนุนเพื่อพัฒนาผลงานวิจัยและเทคโนโลยีของ สวทช. เป็นต้นแบบระดับอุตสาหกรรมเพื่อจัดแสดงในงาน การเชิญชวนนักลงทุนเป้าหมายในวงกว้างให้มาร่วมงาน รวมทั้งการสนับสนุนข้อมูลทางธุรกิจและการเงินเพื่อใช้ในการเจรจาธุรกิจ

เว็บไซต์งาน NSTDA Investors’ Day