ขอแจ้งเวียนคำสั่งคณะกรรมการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ เรื่อง แต่งตั้งผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ

สำนักงานฯ ขอแจ้งเวียนคำสั่งคณะกรรมการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ที่ ๑/๒๕๕๙ จึงแต่งตั้งให้ นายณรงค์ ศิริเลิศวรกุล ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ ๒๗ สิงหาคม ๒๕๕๙ เป็นต้นไป โดยให้มีวาระในการดำรงตำแหน่ง ๓ ปี

คำสั่ง กวทช. แต่งตั้ง ผพว (นายณรงค์ ศิริเลิศวรกุล) รอบ 1

ลักษณะผู้นำที่เป็นแรงบันดาลใจ (รศ.ดร.ศักรินทร์ ภูมิรัตน)

รายการอ้างอิง : ศักรินทร์ ภูมิรัตน. ลักษณะผู้นำที่เป็นแรงบันดาลใจ. ในงาน NSTDA Leader’s Journey. May 12,2012. ปทุมธานี : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ, 2555.

ลักษณะผู้นำที่เป็นแรงบันดาลใจ (ศ.ดร.ยงยุทธ ยุทธวงศ์)

รายการอ้างอิง : ยงยุทธ ยุทธวงศ์. ลักษณะผู้นำที่เป็นแรงบันดาลใจ. ในงาน NSTDA Leader’s Journey. May 12,2012. ปทุมธานี : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ, 2555.

ลักษณะผู้นำที่เป็นแรงบันดาลใจ (ศ.ดร.ไพรัช ธัชยพงษ์)

รายการอ้างอิง : ไพรัช ธัชยพงษ์. ลักษณะผู้นำที่เป็นแรงบันดาลใจ. ในงาน NSTDA Leader’s Journey. May 12,2012. ปทุมธานี : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ, 2555.

ภารกิจเป็นสิ่งท้าทายสำหรับ สวทช.

รายการอ้างอิง : ไพรัช ธัชยพงษ์. ภารกิจเป็นสิ่งท้าทายสำหรับ สวทช. ในงาน NSTDA Leader’s Journey. May 12,2012. ปทุมธานี : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ, 2555.

ความท้าทายของ สวทช. ในวันนี้และอนาคต

รายการอ้างอิง : ศักรินทร์ ภูมิรัตน. ความท้าทายของ สวทช. ในวันนี้และอนาคต. ในงาน NSTDA Leader’s Journey. May 12,2012. ปทุมธานี : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ, 2555.

ความฝันและแรงผลักดันก้าวสู่วันนี้ที่ สวทช.

สวทช. มีบทบาทในด้านการดำเนินการวิจัยที่จะต้องร่วมมือกับภาคเอกชนเป็นอย่างมากตั้งแต่ต้น ถึงได้เรียกว่า “อุทยานวิทยาศาสตร์” ก็เพื่อจะให้ภาคเอกชนเข้ามาร่วมมือกับ สวทช. และในอนาคตภาคเอกชนอาจจะสามารถทำงานวิจัยและพัฒนาได้มากกว่าภาครัฐ เพราะฉะนั้นงานของ สวทช. จึงค่อยๆ ปรับตัวหันมาทำงานทางด้านต้นน้ำเป็นหลักมากขึ้น นั่นคือการทำงานวิจัยและพัฒนาในเรื่องของเทคโนโลยีที่ยังไม่มีการแข่งขันกันสูงมากนักเพื่อให้ภาคเอกชนมารับไปต่อยอดต่อไป จุดนี้เป็นจุดประสงค์หลักเป็นภาพฝันที่ สวทช. มองอยู่

ณ ขณะนี้ สวทช.กำลังอยู่ในช่วงนี้ระหว่างการเปลี่ยนผ่าน โดยภาคเอกชนเองเพิ่งจะเริ่มตื่นตัว ดังนั้น สวทช. ต้องทำงานร่วมกับภาคเอกชนไปเช่นนี้พลางๆ ก่อนแต่ในอนาคต สวทช. จะต้องหันมามองในจุดสำคัญๆ อาทิ การพัฒนาคน ซึ่งภาคเอกชนมีความต้องการสูงมาก ถ้าหากเรามีนักวิจัยที่ดีและภาคเอกชนสามารถรับไป หรือภาคเอกชนสามารถสร้างนักวิจัยขึ้นมาเองได้ก็จะเป็นการเชื่อมโยงที่ดีข้อนี้เป็นความฝันที่อยากให้เกิดขึ้นที่ สวทช.

รายการอ้างอิง : ยงยุทธ ยุทธวงศ์. ความฝันและแรงผลักดันก้าวสู่วันนี้ที่ สวทช.. ในงาน NSTDA Leader’s Journey. May 12,2012. ปทุมธานี : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ, 2555.

ภาพอนาคต สวทช. ณ วันเริ่มต้น

แรกเริ่มก่อตั้ง สวทช. นั้นยังไม่มีพื้นที่เป็นของตัวเองต้องเช่าอาคารอยู่ที่ถนนรัชดาภิเษก และย้ายมาที่มักกะสัน ในช่วงแรกเป็นช่วงเริ่มต้น สวทช. สามารถดำเนินงานเองได้ทั้งในเรื่องของการสนับสนุนและการดำเนินการ และโชคดีที่ในขณะนั้นมีตัวช่วยขึ้นมาคือ มีการจัดตั้งสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัยขึ้นมาด้วยซึ่งช่วยแบ่งเบาภาระในเรื่องของการสนับสนุนไป

สวทช. สามารถทำงานด้านการสนับสนุนและการดำเนินการวิจัยเองในเทคโนโลยีที่เห็นว่ามีความสำคัญ จึงได้มีการมองว่าน่าจะต้องมามองหาอาคารเพื่อเป็นหน่วยวิจัยชั่วคราวที่อาคารวิจัยโยธี ภายในกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ และในที่สุดแล้วการพัฒนาทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของเราจำเป็นที่จะต้องมีสถานที่ที่เหมาะสม ประจวบกับความโชคดีที่ในตอนนั้นเองมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เองก็มองหาพันธมิตรที่จะมาร่วมกันพัฒนาที่รังสิตนี้ สวทช. (ศ.ดร.ยงยุทธ ยุทธวงศ์) จึงได้เข้าไปพูดคุยกับรองศาสตราจารย์นรนิติ เศรษฐบุตร (อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์) และ AIT จึงเป็นการพูดคุยแบบสามเส้า ทำให้เราสามารถมาใช้สถานที่แห่งนี้เพื่อเป็นอุทยานแห่งการวิจัยและพัฒนาได้

รายการอ้างอิง : ยงยุทธ ยุทธวงศ์. ภาพอนาคต สวทช. ณ วันเริ่มต้น. ในงาน NSTDA Leader’s Journey. May 12,2012. ปทุมธานี : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ, 2555.

ศ.ดร. มรกต ตันติเจริญ

ศ.ดร. มรกต ตันติเจริญ

ศ.ดร. มรกต ตันติเจริญ
อดีตรองผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ

ศาสตราจารย์ ดร. มรกต ตันติเจริญ จบการศึกษาระดับปริญญาตรี วิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาชีววิทยา จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และสำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาโทและปริญญาเอก สาขาจุลชีววิทยา จากมหาวิทยาลัยแห่งโรดไอส์แลนด์ (University of Rhode Island) ประเทศสหรัฐอเมริกา

ศาสตราจารย์ ดร. มรกตเริ่มงานครั้งแรกในตำแหน่งนักวิทยาศาสตร์ ที่ SEATO Medical Research Laboratory ในปี พ.ศ. 2511 และปฏิบัติงานในตำแหน่งผู้ช่วยสอน และตำแหน่งผู้ช่วยนักวิจัย ที่ภาควิชาจุลชีววิทยา มหาวิทยาลัยแห่งโรดไอส์แลนด์ในปี พ.ศ. 2515 และ พ.ศ. 2517 ตามลำดับ

เมื่อสำเร็จการศึกษาแล้ว ศาสตราจารย์ ดร. มรกต เข้ารับราชการที่สถาบันเทคโนโลยีพระจอม-เกล้าธนบุรี (มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ในปัจจุบัน) ในตำแหน่งอาจารย์ ภาควิชาจุลชีววิทยา คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรมและวิทยาศาสตร์ (คณะวิทยาศาสตร์ในปัจจุบัน) และมีส่วนร่วมในการดำเนินการก่อตั้งคณะพลังงานและวัสดุ และดำรงตำแหน่งคณบดี คณะพลังงานและวัสดุ ในปี พ.ศ. 2533 – 2536 นอกจากนั้นยังมีส่วนสำคัญในการดำเนินโครงการจัดตั้งคณะทรัพยากรชีวภาพและ เทคโนโลยี จนสำเร็จลุล่วงในปี พ.ศ. 2537 และได้รับโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์ ในปี พ.ศ. 2542

ในปี พ.ศ. 2537 ศาสตราจารย์ ดร. มรกต ตันติเจริญ ได้โอนไปปฏิบัติราชการในตำแหน่งรองผู้อำนวยการศูนย์พันธุวิศวกรรมและ เทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) และรับตำแหน่งผู้อำนวยการศูนย์ไบโอเทค ในปีพ.ศ. 2543

ศาสตราจารย์ ดร. มรกต เป็นผู้ทรงคุณวุฒิท่านหนึ่งในด้านเทคโนโลยีชีวภาพของประเทศ ท่านเคยดำรงตำแหน่งนายกสมาคมเทคโนโลยีชีวภาพแห่งประเทศ ตำแหน่งประธานคณะกรรมการบริหารมูลนิธิบัณฑิตสภาวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีแห่ง ประเทศไทย และตำแหน่งเลขาธิการของเครือข่ายจุลชีววิทยาและเทคโนโลยีชีวภาพจุลินทรีย์ใน ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของยูเนสโก (The UNESCO Regional Network for Microbiology and Microbial Biotechnology in Southeast Asia) ปัจจุบัน ศาสตราจารย์ ดร. มรกต ดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ หรือ สวทช.

ศาสตราจารย์ ดร. มรกต ได้รับรางวัลต่างๆ มากมายจากผลงานการวิจัยและพัฒนา เช่น รางวัลโครงการดีเด่นด้านพลังงานใหม่และหมุนเวียนของประเทศไทย ปี 2546 ประเภท Off-grid จากกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน ในโครงการ “การผลิตก๊าซชีวภาพจากระบบบำบัดน้ำเสียแบบไร้อากาศแบบตรึงฟิล์มจุลินทรีย์” ซึ่งผลงานวิจัยสามารถนำไปใช้ในภาคอุตสาหกรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ และนำไปสู่การออกแบบระบบบำบัดน้ำทิ้งให้กับโรงงานอุตสาหกรรมหลายแห่งใน ประเทศ และท่านยังเป็นผู้นำการวิจัยรุ่นแรกๆ ของประเทศไทยในงานวิจัยด้านไบโอเซ็นเซอร์อีกด้วย

ศ.นพ. สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล

ศาสตราจารย์นายแพทย์ สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล

ศ.นพ. สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล
ผู้อำนวยการศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ

ศาสตราจารย์ นพ.สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล สำเร็จการศึกษาแพทยศาสตร์บัณฑิต (เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง เหรียญทอง) จากคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล และได้รับพระราชทานทุนมูลนิธิอานันทมหิดล เพื่อศึกษาต่อในประเทศอังกฤษและสหรัฐอเมริกา โดยได้รับปริญญาเอกจากมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ประเทศอังกฤษ และปฏิบัติงานระดับหลังปริญญาเอกที่มหาวิทยาลัยโคโลราโด ประเทศสหรัฐอเมริกา ในด้านการบริหาร ศาสตราจารย์ นพ.สิริฤกษ์ ได้รับประกาศนียบัตรชั้นสูงด้านการบริหารงานภาครัฐและกฎหมายมหาชน จากสถาบันพระปกเกล้า และด้านการบริหารสำหรับผู้บริหารระดับสูงจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด

ศาสตราจารย์ นพ.สิริฤกษ์ เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านนาโนเทคโนโลยีและเทคโนโลยีชีวภาพชั้นนำในระดับนานาชาติ ทำการศึกษาวิจัยในระดับโมเลกุลของโรคติดเชื้อ โดยเฉพาะเชื้อไวรัสตับอักเสบ เชื้อก่อโรคเมลิออยโดสิส และเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ และเป็นผู้เชี่ยวชาญในการพัฒนาชุดตรวจวินิจฉัยและไบโอเซนเซอร์ ได้รับโปรดเกล้าฯ ให้ดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์ ภาควิชาวิทยาภูมิคุ้มกัน คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2543 มีผลงานวิจัยและวิชาการประมาณ 70 เรื่อง จัดทำรหัสพันธุกรรมในฐานข้อมูลนานาชาติ 200 รหัส เขียนหนังสือ 2 เล่ม และยื่นขอรับสิทธิบัตร 5 เรื่อง ได้รับรางวัลที่สำคัญทั้งในระดับประเทศและระดับนานาชาติ เช่น รางวัลนักเทคโนโลยีดีเด่น รางวัลนักวิทยาศาสตร์และนักเทคโนโลยีรุ่นเยาว์แห่งอาเซียน (ASEAN Young Scientist and Technologist Award) จากสมาคมประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้  รางวัลนักวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่ของมูลนิธิส่งเสริมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีใน พระบรมราชูปถัมภ์ และรางวัล Rockefeller Foundation Career Fellowship เป็นต้น

นอกเหนือจากความเชี่ยวชาญทางวิชาการ ศาสตราจารย์ นพ.สิริฤกษ์ ยังได้รับการยอมรับว่าเป็นผู้บุกเบิกธุรกิจและอุตสาหกรรมเทคโนโลยีชั้นสูงใน ฐานะ Techno-entrepreneur โดยริเริ่มผลักดันให้เกิดอุตสาหกรรมชุดตรวจวินิจฉัยของประเทศไทย ซึ่งเป็นตัวอย่างในการนำเอาผลของการวิจัยในห้องปฏิบัติการระดับโมเลกุลไป ต่อยอดและประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ในทางพาณิชย์และอุตสาหกรรม

ศาสตราจารย์ นพ. สิริฤกษ์ ร่วมงานกับสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยเป็นผู้เชี่ยวชาญอาวุโสของศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ ต่อมาดำรงตำแหน่งผู้ช่วยผู้อำนวยการ สวทช. และเข้ารับตำแหน่งผู้อำนวยการศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ ในปี 2551